Sunblock กับ Sunscreen คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร (มองภาพรวมก่อน)
หลายคนใช้คำว่า “กันแดด” เหมารวมทุกอย่าง แต่จริงๆ แล้วในเชิงหลักการ สกินแคร์จะมองออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
- Sunblock (Physical / Mineral Sunscreen)
- Sunscreen (Chemical Sunscreen)
Sunblock (Physical / Mineral)
คือกันแดดที่ใช้สารกันแดดกลุ่มแร่ธาตุเป็นหลัก เช่น
- Zinc Oxide
- Titanium Dioxide
สารเหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือน “เกราะสะท้อนแสง” อยู่บนผิว ช่วยสะท้อนหรือกระจายรังสี UV ออกจากผิว จึงมักถูกเรียกว่า “กันแดดสะท้อนแสง” หรือ “กันแดดเนื้อขาว” เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายและผิวเด็ก เพราะระคายเคืองต่ำกว่ากลุ่มอื่น
Sunscreen (Chemical)
คือกันแดดที่ใช้สารกรองรังสี UV แบบเคมี เช่น
- Avobenzone
- Octocrylene
- Tinosorb S, Tinosorb M ฯลฯ
สารเหล่านี้จะดูดซับพลังงานจากรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนระดับต่ำที่ไม่ทำร้ายผิว จึงมักเรียกว่า “กันแดดเคมี” หรือ “โลชั่นกันแดดเนื้อบางใส”
ภาพรวมความต่างที่สำคัญ
- Sunblock (Physical)
- สะท้อน/กระจายรังสี UV
- เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ผิวเด็ก
- อาจทิ้งคราบขาว (white cast)
- Sunscreen (Chemical)
- ดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน
- เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย เหมาะกับคนไม่ชอบความเหนอะหนะ
- บางคนผิวแพ้ง่ายอาจระคายเคืองหรือแสบผิว/แสบตา
ปัจจุบันมีหลายสูตรที่เป็นแบบ Hybrid (ผสมทั้ง physical + chemical) เพื่อให้ได้ข้อดีทั้งสองแบบ เช่น ไม่หนักผิว แต่ยังอ่อนโยนและกันได้กว้าง
ทำความเข้าใจรังสี UV, ค่า SPF, PA และ Broad-Spectrum
ก่อนเลือกกันแดด สิ่งสำคัญคือเข้าใจว่าเราต้อง “ป้องกันอะไร”
รังสี UV มีกี่ชนิด และทำอะไรกับผิว
-
UVA (A = Aging)
- ทะลุถึงชั้นหนังแท้ ทำลายคอลลาเจน
- ทำให้ผิวแก่ไว ริ้วรอย จุดด่างดำ ผิวคล้ำสะสม
- ทะลุผ่านกระจกได้ (ขับรถ ทำงานริมหน้าต่างก็โดน)
-
UVB (B = Burn)
- ทำให้ผิวไหม้ แดง แสบ
- เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งผิวหนัง
- มักโดนมากช่วงสายถึงบ่าย (ประมาณ 10.00–15.00 น.)
-
UVC
- ส่วนใหญ่ถูกดูดซับไปที่ชั้นบรรยากาศแล้ว เลยไม่ค่อยเกี่ยวกับกันแดดในชีวิตประจำวัน
ค่า SPF คืออะไร
SPF (Sun Protection Factor) เน้นป้องกัน UVB เป็นหลัก
- SPF15 ป้องกัน UVB ได้ประมาณ 93%
- SPF30 ป้องกันได้ประมาณ 96–97%
- SPF50 ป้องกันได้ประมาณ 98%
ไม่ได้แปลว่า SPF50 ดีกว่า SPF30 สองเท่า แต่ต่างกันไม่กี่เปอร์เซ็นต์ในเชิงประสิทธิภาพ ทว่ามักให้ “ระยะเวลาป้องกัน” นานขึ้นในเชิงทฤษฎี (ถ้าทาในปริมาณเหมาะสม)
สำหรับคนไทยที่ต้องออกแดดเป็นประจำ แนะนำ SPF30–50+ เป็นมาตรฐานที่ดี
ค่า PA คืออะไร
PA ใช้บอกระดับการป้องกัน UVA
- PA+ ป้องกันระดับพื้นฐาน
- PA++ ป้องกันระดับปานกลาง
- PA+++ ป้องกันระดับสูง
- PA++++ ป้องกันระดับสูงมาก
สำหรับผิวคนไทย โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่ายและมีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ แนะนำเลือกอย่างน้อย PA+++ ขึ้นไป
Broad-Spectrum คืออะไร
คำว่า Broad-Spectrum หมายถึงกันแดดที่
- ป้องกันได้ทั้ง UVA + UVB อย่างครอบคลุม
ควรมองหาคำว่า Broad-Spectrum, UVA/UVB Protection หรือสัญลักษณ์ PA บนฉลาก เพื่อให้แน่ใจว่าปกป้องครบ
Sunblock vs Sunscreen: กลไกการปกป้องผิว ข้อดี–ข้อเสีย และความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
กลไกการทำงาน
Sunblock (Physical / Mineral)
- สร้างชั้นฟิล์มบนผิว
- สะท้อน/กระจายรังสี UVA/UVB ออกจากผิว
- การระคายเคืองต่ำเพราะไม่ต้องซึมเข้าผิวลึก
Sunscreen (Chemical)
- ซึมเข้าไปในชั้นผิวระดับหนึ่ง
- ดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนระดับต่ำ
- ต้องรอให้สาร active เซ็ตตัวบนผิว (ประมาณ 15–20 นาทีก่อนออกแดด)
ข้อดี–ข้อเสียโดยสรุป
Sunblock (Physical)
ข้อดี
- เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ผิวเป็นสิว ผิวเด็ก
- เสถียรต่อแสงสูง ไม่สลายตัวง่าย
- ส่วนใหญ่ป้องกันได้ทั้ง UVA/UVB กว้าง
ข้อเสีย
- เนื้ออาจหนา ทิ้งคราบขาว โดยเฉพาะคนผิวสองสี–ผิวแทน
- ถ้าล้างไม่ดีอาจอุดตันได้
- บางสูตรกันน้ำมาก ทำให้รู้สึกหนักผิว
Sunscreen (Chemical)
ข้อดี
- เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว
- มักไม่วอก เหมาะกับทุกสีผิว
- มีสูตรกันน้ำ กันเหงื่อเหมาะกับเล่นกีฬา กลางแจ้ง
ข้อเสีย
- บางคนผิวแพ้ง่ายอาจแสบหน้า แสบตา หรือระคายเคือง
- สารกันแดดบางชนิดไม่เสถียรต่อแสง ต้องใช้เทคโนโลยีช่วยให้เสถียร
- อาจไม่เหมาะกับคนที่มีภาวะผิวไวต่อสารเคมีบางตัว
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- “ยิ่ง SPF สูง ยิ่งทาบางๆ ก็พอ”
- ไม่จริง การทาในปริมาณไม่พอ ทำให้กันแดดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แม้จะเป็น SPF50+ ก็ตาม
- “อยู่ในออฟฟิศไม่ต้องทากันแดด”
- UVA ทะลุกระจกได้ และยังมีแสงจากหน้าจอ/ไฟที่กระตุ้นเมลานินในบางคน โดยเฉพาะคนที่มีฝ้า กระ
- “กันแดด physical ไม่มีทางแพ้”
- โอกาสแพ้ต่ำกว่าก็จริง แต่ยังแพ้ได้จากน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารอื่นในสูตร
- “กันแดดล้างออกยาก = ผิวปลอดภัยกว่า”
- ถ้าล้างไม่สะอาด อาจอุดตันรูขุมขน กลายเป็นสิวผด สิวอุดตันแทน
เลือกกันแดดยังไงให้เหมาะกับสภาพผิว (ผิวมัน/แห้ง/ผสม/แพ้ง่าย/เป็นสิว)
หลักการเลือกกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย คือ
- เน้น สูตรอ่อนโยน (Fragrance-free / Alcohol-free หรือ Low alcohol)
- หลีกเลี่ยงสารที่รู้ว่าแพ้
- ดูสารบำรุงเสริมที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น Niacinamide, Centella, Allantoin
ผิวมัน / ผิวเป็นสิวง่าย
ลักษณะผิว
- รูขุมขนกว้าง หน้ามันระหว่างวัน
- เป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบง่าย
หลักการเลือก
- เลือกเนื้อ เจลครีม / Water-based / Oil-free / Non-comedogenic
- หลีกเลี่ยงกันแดดเนื้อครีมหนักๆ หรือมีน้ำมัน (Oil) เข้มข้น
- เลือกสูตรที่มีส่วนผสมช่วยคุมมัน เช่น Silica, Polymer ที่ให้สัมผัสแมตต์
ตัวอย่างแนวกันแดดที่เหมาะ
- กันแดดเนื้อ Invisible Water Fresh, เกลี่ยง่าย บางเบา ไม่อุดตัน เช่นกลุ่ม Kindness Freedom Invisible Water Fresh Sunscreen หรือ Kindness Freedom Advanced Invisible Water Fresh ที่เน้นเนื้อเบาและปกป้องสูง
ผิวแห้ง / ผิวขาดน้ำ
ลักษณะผิว
- ผิวลอก แห้งตึง แต่งหน้าไม่ติด
- มีริ้วรอยเล็กๆ ชัดเวลาแสดงสีหน้า
หลักการเลือก
- เลือกกันแดดที่มี สารให้ความชุ่มชื้น เช่น Glycerin, Hyaluronic Acid, Ceramide
- เนื้อครีมหรือโลชั่นที่ทาแล้วเคลือบผิวเล็กน้อย ช่วยกักเก็บน้ำ
- เลี่ยงสูตรแอลกอฮอล์สูงที่ทำให้ผิวแห้งกว่าเดิม
อาจใช้คู่กับมอยซ์เจอไรเซอร์ที่ฟื้นบาเรียร์ผิว เช่น ครีมบำรุงที่มี Niacinamide และสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างแนว Kindness Happy Glow Antioxidant Radiance Moisturizer ก่อนลงกันแดด
ผิวผสม
ลักษณะผิว
- บริเวณ T-zone มัน แก้มแห้ง
- เป็นสิวเฉพาะส่วน เช่น คาง หน้าผาก
หลักการเลือก
- ใช้กันแดดเนื้อเจลครีมหรือฟลูอิดที่ ไม่มันเกินและไม่แห้งเกิน
- ถ้าจำเป็นสามารถลงมอยซ์เจอไรเซอร์เพิ่มเฉพาะบริเวณที่แห้ง แล้วทากันแดดทับทั้งหน้า
สูตรเนื้อบางเบาที่ให้ผิวดูเนียนขึ้นเล็กน้อย เช่นกันแดดสาย “Beauty Bright Up” อาจช่วยให้ผิวดูสม่ำเสมอ และแต่งหน้าง่ายขึ้น
ผิวแพ้ง่าย / ผิวระคายเคืองบ่อย
ลักษณะผิว
- แสบ คัน แดงง่ายเมื่อเปลี่ยนผลิตภัณฑ์
- แพ้น้ำหอม/แอลกอฮอล์/สารกันเสียบางชนิด
หลักการเลือก
- มองหาคำว่า Sensitive / For sensitive skin / Hypoallergenic
- เน้นสูตรที่ใช้ Zinc Oxide, Titanium Dioxide เป็นหลัก หรือสูตร hybrid ที่ออกแบบให้ระคายเคืองต่ำ
- ไม่มีน้ำหอมฉุน สีสังเคราะห์ หรือแอลกอฮอล์สูง
- ทดลองทาบริเวณเล็กๆ ข้างแก้ม/หลังหู 2–3 วันก่อนทาทั่วหน้า
กลุ่มกันแดดอย่าง Sensitive Airlight Total Protect ที่เนื้อบางเบา กันน้ำกันเหงื่อ แต่ถูกออกแบบให้ใช้กับผิวแพ้ง่าย มักตอบโจทย์คนที่ต้องออกแดดบ่อย เหงื่อออกง่าย และไม่อยากให้ผิวอุดตัน
เคล็ดลับการใช้ Sunblock และ Sunscreen ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในชีวิตประจำวัน
-
ทาปริมาณให้พอ
- หน้าและคอควรใช้ประมาณ 2 ข้อนิ้วมือเต็มๆ หรือราว 1/3–1/2 ช้อนชา
- ถ้าทาน้อยเกินไป ค่า SPF/PA ที่ได้จริงจะลดลงมาก
-
ทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15–20 นาที
- โดยเฉพาะกันแดดแบบ chemical ต้องใช้เวลาตั้งตัวบนผิว
- physical แม้จะทำงานทันที แต่การรอให้ฟิล์มเซ็ตตัวจะช่วยให้ติดทนขึ้น
-
ทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง
- โดยเฉพาะเมื่อเจอแดดแรง เล่นกีฬา เหงื่อออก หรือโดนน้ำ
- ถ้าแต่งหน้าแล้ว ทาซ้ำด้วยกันแดดแบบสเปรย์ หรือกันแดดเนื้อบางแล้วใช้ฟองน้ำแตะเบาๆ
-
อย่าลืมบริเวณที่มักลืมทา
- ใบหู หลังคอ หลังมือ ท้ายทอย หนังศีรษะที่ผมบาง
- บริเวณเหล่านี้เสี่ยงต่อผิวไหม้และจุดด่างดำเช่นกัน
-
ใช้ร่วมกับหมวก ร่ม และเสื้อผ้า
- กันแดดไม่สามารถบล็อก UV ได้ 100%
- การใช้หมวกปีกกว้าง เสื้อแขนยาวเนื้อแน่น และแว่นกันแดดช่วยลดภาระของผิวได้มาก
-
ล้างออกให้สะอาดเพื่อลดการอุดตัน
- สำหรับคนผิวมันหรือเป็นสิวง่าย ควรใช้คลีนเซอร์ที่ละลายกันแดดและเมคอัพได้ดี เช่น เมคอัพรีมูฟเวอร์/คลีนซิ่งบาล์ม/คลีนซิ่งออยล์ ก่อนล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้า
- คลีนเซอร์เนื้อบาล์มที่ละลายเมคอัพและกันแดดอย่างอ่อนโยน เช่นแนว Easy Peasy Makeup Melting Cleanser จะช่วยลดการถูแรงๆ และลดโอกาสระคายเคือง
-
ฟื้นฟูผิวหลังโดนแดดด้วยสกินแคร์ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
- เลือกเซรั่มหรือครีมที่มี Vitamin C, Niacinamide, Antioxidants เพื่อช่วยลดการอักเสบเล็กๆ ในผิว และลดโอกาสเกิดจุดด่างดำในระยะยาว
- เซรั่มวิตามินซี เช่นแนว Bright Side Vitamin C Serum ช่วยเสริมประสิทธิภาพกันแดดในการลดจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอได้ดี
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Sunblock และ Sunscreen
Q1: ผิวแพ้ง่ายควรเลือก Sunblock หรือ Sunscreen แบบไหนดีที่สุด?
สำหรับผิวแพ้ง่าย แนะนำ
- เริ่มจากสูตรที่ใช้ Zinc Oxide / Titanium Dioxide เป็นหลัก หรือสูตร hybrid ที่พัฒนาให้เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
- เลือกแบบ Fragrance-free / Alcohol-free หรือ Low alcohol / ไม่มีสี
- ทดสอบกับผิวบริเวณเล็กๆ 2–3 วัน ถ้าไม่แสบแดง ค่อยใช้ทั่วหน้า
ทั้งนี้ ถ้าต้องการเนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ ลองมองหากันแดดเนื้อเจลน้ำหรือฟลูอิดสำหรับผิว sensitive โดยเฉพาะ
Q2: ต้องทากันแดดทุกวันไหม ถ้าอยู่แต่ในที่ร่ม/ออฟฟิศ?
แนะนำให้ ทาทุกวัน เพราะ
- UVA สามารถทะลุกระจกเข้ามาได้ แม้อยู่ในออฟฟิศ
- แสงจากหน้าจอและแสง visible light อาจกระตุ้นเม็ดสีในคนที่เป็นฝ้า กระ หรือผิวหมองง่าย
ดังนั้น ควรใช้กันแดดทุกเช้า แม้วันที่ไม่ได้ออกแดดจัด และเน้นล้างออกให้สะอาดตอนเย็น
Q3: ทากันแดดแล้วทำไมยังหน้าคล้ำง่าย? กันแดดไม่ดีหรือเปล่า?
สาเหตุที่ผิวยังคล้ำได้แม้ทากันแดดแล้ว อาจเกิดจาก
- ทาในปริมาณไม่พอ (ทาบางมาก)
- ไม่ทาซ้ำระหว่างวัน โดยเฉพาะตอนบ่าย
- ใช้กันแดดที่ไม่ครอบคลุม UVA หรือไม่มีค่า PA สูงพอ
- ไม่ได้ใช้หมวก/ร่ม/แว่นกันแดดช่วยลดการรับรังสี
การปรับ 4 อย่างนี้ให้ครบ จะช่วยให้ผิวคล้ำน้อยลงและช่วยลดโอกาสเกิดฝ้า กระ และริ้วรอยในระยะยาวได้อย่างชัดเจน
